6 มีนาคม 2560 นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ในการเก็บภาษีอีคอมเมิร์ซ กรมสรรพากรได้มีการนำโปรแกรมมาใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2560 เพื่อหาว่าร้านค้าออนไลน์ใดมีลูกค้าเขาไปเยี่ยมชมเว็บไซต์เป็นจำนวนมากหลังจากนั้นให้เจ้าหน้าที่กรมไปขอซื้อสินค้าเพื่อดูว่าออกใบเสร็จอย่างไร มีการเสียภาษีอย่างไร ซึ่งการจัดเก็บภาษีอีคอมเมิร์ซนี้ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมระหว่างร้านค้าที่ขายทั่วไปกับขายออนไลน์ เพราะร้านค้าทั่วไปในสินค้าเดียวกันเสียภาษี แต่ถ้าไม่เก็บอีคอมเมิร์ซเป็นการไม่เท่าเทียมกัน การเสียภาษีเป็นหน้าที่ของผู้มีเงินได้ทุกราย ซึ่งในต่างประเทศมีการเก็บภาษีจากอีคอมเมิร์ซมานานแล้ว

นายประสงค์กล่าวต่อว่า ในธุรกิจเอสเอ็มอีกว่า 2.7 ล้านราย พบว่ามีการเสียภาษีไม่ถูกต้องกว่า 60% กรมสรรพากรอยากให้กลุ่มธุรกิจนี้เสียภาษีอย่างถูกต้อง ขณะนี้กรมมีมาตรการบัญชีเดียว เพื่อกระตุ้นให้เอสเอ็มอีทำบัญชีเสียภาษีกับบัญชีธุรกิจเล่มเดียวกัน ตรงนี้เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการกู้เงิน เพราะในวันที่ 1 มกราคม 2562 มีข้อบังคับว่าธุรกิจที่ไปกู้เงินกับธนาคารต้องใช้บัญชีที่ยื่นกับกรมสรรพากรในการขอสินเชื่อ ถ้าใครยังทำไม่ถูกต้อง อนาคตจะลำบาก ซึ่งการเปิดให้เอสเอ็มอีมาจดแจ้งทำบัญชีเดียว มีเข้ามาจดแจ้งกว่า 4 แสนราย