กลับมาอีกครั้งสำหรับบทความที่ดูจะไกลตัวเราสักหน่อยเพราะองค์ความรู้และเทคโนโลยีเรายังสู้ต่างชาติไม่ได้ แต่เราก็โชคดีที่มีข้อมูลจากคนที่มีความรู้เครื่องไม้เครื่องมือและเทคโนโลยีถึงมาแบ่งปัน

ขณะที่เมื่อวาน 16 ตุลาคม 2560 เวลาประมาณบ่ายสามโมงพวกเราชาวไทยส่วนใหญ่ก็จดจ่ออยู่กับผลการออกฉลากกินแบ่ง ซึ่งเป็นความหวังที่จะวนมาทุกๆ 2 ครั้งต่อเดือน แต่อีกฟากซีกโลกทีมนักวิทยาศาสตร์ LIGO และ VIRGO ได้มีการแถลงข่าวการค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงครั้งใหม่จากดาวนิวตรอน ซึ่งถือเป็นการค้นพบครั้งแรกนับตั้งแต่ที่เราเริ่มมีเครื่องมือที่ตรวจจับได้บนโลก (เกิดการชนกันเมื่อ 17 สิงหาคม 2560)  ก่อนหน้านี้ 3 ครั้งนั้นที่ผมก็เคยรายงานข่าวไปเป็นการตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงที่เกิดจากการชนกันของหลุมดำ แต่ครั้งนี้ต่างออกไปเพราะเป็นชนหรือรวมตัวกันของดาวนิวตรอน

หลายท่านอาจจะถามว่าดาวนิวตรอนคืออะไร จากทฤษฏี (ผมต้องใช้คำว่าทฤษฏีเพราะยังไม่มีใครบอกได้แบบชัดเจนเพราะมันไม่มีได้เกิดให้เห็นจะๆ ต่อหน้าต่อตา แต่อย่ามาเกิดเลย ถ้าเกิดจริงเราก็ไม่ทันได้อยู่ดูเป็นแน่ นักวิทยาศาสตร์เขาก็มีวิธีคาดการณ์แล้วตั้งเป็นทฤษฏีแบบของเขา) ดาวนิวตรอนนั้นเกิดจากดาวฤกษ์มวลปานกลางได้หมดอายุขัยลง เกิดการยุบตัวของการระเบิดแบบซูเปอร์โนวาและกลายการเป็นดาวนิวตรอนซึ่งมีมวลประมาณดวงอาทิตย์ แต่มีขนาดเพียง 20 กว่าๆ กิโลเมตรเท่านั้น

การค้นพบนี้เกิดจากการใช้หอสังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วง LIGO ในสหรัฐอเมริกา และ VIRGO ในอิตาลี (เคยเขียนไปในบทความก่อนๆแล้ว) ระหว่างช่วงที่ดาวนิวตรอนทั้งสองดวงนี้กำลังหมุนวนกันก็ปล่อยคลื่นแรงโน้มถ่วงที่สามารถตรวจจับได้ประมาณ 100 วินาที และเมื่อเกิดการชนกันแสงแฟลชในรูปรังสีแกมมาจะถูกปล่อยออกมาประมาณสองวินาทีหลังจากที่พบคลื่นความโน้มถ่วง มีหอสังเกตการณ์กว่า 72 แห่งทั่วโลกร่วมยืนยันการตรวจพบครั้งนี้ด้วย

การค้นพบครั้งนี้เป็นเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์ต่างพากันตื่นเต้นมากเพราะไม่ใช่เรื่องที่จะพบกันได้ง่ายๆ นำมาถึงการไขปริศนามากมายที่เรายังไม่สามารถสรุปได้ อย่างเช่นทองคำและทองคำขาวที่มีอยู่เป็นโลกล้วนเป็นธาตุที่หนักกว่าธาตุเหล็กประมาณครึ่งหนึ่งที่สันนิฐานว่าเกิดจากขบวณการระเบิดแบบซูเปอร์โนวา กาลเวลาผ่านไปฝุ่นผงต่างๆก็เกิดการรวมตัวกันกลายเป็นดาวเคราะห์ต่างรวมถึงโลกเราด้วย เห็นไหมผมเคยบอกไว้ว่าจริงๆ มันไม่ได้ไกลตัวเรานะเพียงบ้านไม่ให้ความสนใจเพราะคิดกันไปเองว่ามันไกลตัว…