ดาวเคราะห์น้อย Apophis ซึ่งมีขนาด 340เมตร จะพุ่งทะลุท้องฟ้าผ่านโลกของเราที่ความสูงจากผิวโลกประมาณ 31,000 กิโลเมตรในวันศุกร์ที่ 13 เมษายน 2572 งานนี้บรรดานักวิทยาศาสตร์สายดาราศาสตร์ต่างพากันตื่นเต้นเป็นอย่างมาก การเข้าใกล้โลกขนาดนี้ฟังดูน่ากลัวแต่นักวิทยาศาสตร์ยืนยันแล้วว่ามันจะไม่ชนโลกแน่นอน แต่เป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิตที่นักวิทยาศาสตร์จะได้เข้าใจดาวเคราะห์น้อยที่อยู่ใกล้โลกอย่างแท้จริง เหตุที่นักวิทยาศาสตร์พากันตื่นเต้นเพราะวัตถุที่มีขนาดใหญ่นี้เข้ามาใกล้โลกประมาณหนึ่งครั้งต่อพันปีเลยที่เดียว

ในมุมมองของคนที่อยู่วงการดาวเทียมระยะความสูงนี้มันแทบจะใกล้มากๆกับดาวเทียมบางกลุ่มที่เราใช้งานอยู่โดยเฉพาะดาวเทียมสื่อสาร ระยะห่างสี่พันกว่ากิโลเมตรน่าจะพอไว้ใจได้อยู่แต่ก็ต้องลุ้นเหมือนกัน ระยะเวลาจากนี้อีกสิบปีเป็นเวลาดีพอสมควรที่นักวิทยาศาสตร์จะเตรียมตัววางแผนงานในการศึกษาดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ไม่ว่าจะเป็นการสังเกตจากบนโลกหรือส่งยานอวกาศขึ้นไปให้ใกล้ขึ้นไปอีก ทั้งติดตามล่วงหน้าหรือหลังการโคจรเข้ามาใกล้โลก

แม้ว่าดาวเคราะห์น้อย Apophis จะไม่เป็นอันตรายต่อโลกเราแต่ยังมีดาวเคราะห์น้อยอีกมากมายที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ที่เฝ้าติดตามอยู่ยังไม่สามารถคำนวณได้ว่าจะเป็นภัยคุกคามโลกของเราไหม การศึกษา Apophis จะเป็นเรื่องที่ดีในการเข้าใจคุณลักษณะและหาวิธีที่จะจัดการเบี่ยงเบนดาวเคราะห์น้อยอื่นๆ ที่ส่อจะเป็นอันตรายต่อโลกของเราในอนาคต นักวิทยาศาสตร์ด้านดาวเคราะห์น้อยและผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันดาวเคราะห์ได้เริ่มงานเกี่ยวกับการวางแผนศึกษากันในขณะนี้แล้วเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมในระหว่างระยะเวลา 10 ปีที่จะถึง ยกตัวอย่างเช่นโครงสร้างภายในของ Apophis ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับวิศวกรที่จะเข้าใจหากพวกเขาต้องการที่จะระเบิดแยกดาวเคราะห์น้อยในอวกาศออกจากกันหรือผลักเพื่อเปลี่ยนเส้นทางการชนให้พ้นจากโลก

อีกประเด็นที่มีการพูดถึงของนักวิทยาศาสตร์คือ ระดับแรงดึงดูดของโลกอาจบิดเบือน Apophis ให้ทิศทางมีการเปลี่ยนแปลงได้ซึ่งก่อนหน้านี้หินอวกาศหรือดาวเคราะห์น้อยที่เคยโคจรเข้ามาใกล้โลกก็ได้รับผลเช่นนี้เหมือนกัน ส่วนอีกประเด็นหนึ่งคือความผิดเพี้ยนของวงโคจรของดาวเคราะห์น้อยที่เป็นผลมาจาก Yarkovsky Effect ที่อาจทำให้การคำนวนผิดพลาด

Yarkovsky Effect คือผลที่เกิดจากรังสีโฟตอนซึ่งเป็นอนุภาคจากดวงอาทิตย์ที่เข้าไปหนุนหรือหักล้างวงโคจรของดาวเคราะห์น้อย ในกรณีที่ดาวเคราะห์น้อยหมุนรอบตัวเองในทิศทางเดียวกับวงโคจรของมันรอบดวงอาทิตย์ รังสีโฟตอนจะส่งผลให้ความเร็วของมันเพิ่มขึ้นและเบนออกจากดวงอาทิตย์ แต่หากดาวเคราะห์น้อยหมุนรอบตัวเองในทิศทางตรงข้ามกับวงโคจรของมันรอบดวงอาทิตย์ รังสีโฟตอนจะส่งผลให้ความเร็วของมันลดลงและเบนเข้าหาจากดวงอาทิตย์ กรณีของดาวเคราะห์น้อย Apophis นั้นแม้นักวิทยาศาสตร์จะคำนวณประมาณการเส้นทางเดินของมันว่ามีระยะความกว้างที่ประมาณ 12 กิโลเมตรซึ่งอยู่ห่างจากพื้นผิวของโลกสามหมื่นกว่ากิโลเมตร แต่ความไม่แน่นอนที่นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถคำนวณหรือคาดการณ์ได้ในอีกสิบปีข้างหน้ามันยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกและส่วนหนึ่งเนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบของ Yarkovsky effect (ยาร์คอฟสกี) ด้วยเช่นกัน