เพื่อเป็นการเปิดตัวหมวดใหม่คือ Home Studio วันนี้ผมจะพาให้ผู้อ่านมารู้จักกับปลั๊กอินที่เป็นที่นิยมในหมู่ Mix Engineer ระดับมืออาชีพจากค่าย Wave Audio ที่ชื่อ CLA-76  กัน ด้วยความที่มันถูกออกแบบมาให้มีการทำงานได้รวดเร็วแต่ยังรักษาความคมชัดของเสียงได้ดีจึงมักจะเห็นมือมิกซ์ระดับโลกนำไปใช้กับในการควบคุมการบีบอัดของเสียงร้องและด้านอื่นๆ รวมทั้งการใช้ในขั้นตอน Mastering ด้วยเช่นกัน

CLA-76 ได้รับการพัฒนาจาก คอมเพรสเซอร์ / ลิมิตเซอร์ แบบโซลิดสเตตที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ดนตรีซึ่งใช้ Field Effect Transistors (FETs) เป็นอุปกรณ์ควบคุม ซึ่งได้รับการผลิตออกมา 8000 ตัวและได้รับการปรับปรุงอีก 13 ครั้ง และทางค่าย Wave ได้พัฒนาเป็นปลั๊กอินที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงสองแบบในตัวเดียว (คลิกเลือกจากปุ่ม BLUEY และ BLACKY)

  • Revision B หรือที่เรียกกันว่า Silverface Bluestripe  ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบกันการส่วนตัวของ Chris Lord-Alge เขาคือ Mixing engineer ผู้ชนะรางวัลแกรมมี่ และมีผลงานมากมายกับศิลปินอย่างเช่น Green Day | U2 | Dave Matthews Band | Daughtry | Pink | Leona Lewis | Avril Lavigne | My Chemical Romance | All American Rejects | Nickelback | Rob Thomas | Snow Patrol | Ray LaMontagne | Miley Cyrus | Jonas Bros. | Tim McGraw | Faith Hill | Tina Turner | Rod Stewart | Celine Dion | Santana | Steve Winwood | James Brown
  • Revision D-LN (Low Noise) หรือที่เรียกกันว่า Blackface เป็นรุ่นที่โด่งดังที่สุดของคอมเพรสเซอร์แบบคลาสสิค

ความแตกต่างของทั้งสองแบบคือช่วงอัตราขยายและค่าคงที่ของเวลาที่แตกต่างกันเล็กน้อย เช่นเดียวกับค่าของ THD และ noise levels

Wave CLA-76 นั้นถูกสร้างอ้างอิงที่ –18 dBFS = +4 dBu ซึ่งหมายความว่าระดับสัญญาณ -18 dBFS จาก DAW ไปยังอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์จะแสดงผ่านทางมิเตอร์ที่ 0 VU (+4 dBu) ซึ่งถือว่าเป็นค่ามาตรฐานเมื่อเทียบกับชาร์ตเปรียบเทียบค่าระดับสัญญาณแบบอนาล็อกและดิจิตอล ดังนั้นนี่เป็น Trick อีกอย่างที่มักไม่ค่อยมีคนพูดถึงในบ้านเราคือการตั้งค่าระดับสัญญาณที่ -18 dBFS ในการมิกซ์จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมในการทำงานกับปลั๊กอินเหล่านี้

ฮาร์ดแวร์ดั้งเดิมที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับ CLA-76 นั้นมีชื่อเสียงในเรื่องเวลาการโจมตีที่รวดเร็วเป็นพิเศษที่ 50 microseconds คอมเพรสเซอร์ทั่วไปมักจะเกิดปัญหาเมื่อมีการตั้งค่าทำงานที่รวดเร็ว แต่ CLA-76 มีความสามารถในการตอบสนองแม้แต่ช่วงที่คมชัดที่สุดอย่างสะอาดหมดจดและไพเราะ

คุณสมบัติอย่างหนึ่งที่ทำให้ฮาร์ดแวร์ดั้งเดิมได้รับความนิยมอย่างมากคือโหมด All-Radio-Buttons-In ใน CLA-76 ก็ได้นำจุดเด่นนี้มาใส่ด้วยเช่นกันทำให้การบีบอัดเกิดการเปลี่ยนแปลง bias of the FET component อย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะเมื่อมีการนำไปใช้กับการโปรเซสกลอง หรือ การโปรเซสแบบ parallel compression

การใช้งาน

  • ใช้ปุ่มตรง RATIO เพื่อตั้งค่าอัตราส่วนการบีบอัด มีช่วงให้เลือก : 4:1, 8:1, 12:1, 20:1, All ค่าDefault : 4:1
  • ใช้ปุ่มลูกบิด Attack เพื่อปรับค่าคงที่ควบคุมเวลาการเข้าบีบอัด ช่วงการตั้งค่าการบีบอัด ช้าที่สุดคือ (1) ถึงเร็วที่สุดคือ (7) (น้อยกว่า 50 microseconds) Default: 3
  • ใช้ปุ่มลูกบิด Release เพื่อปรับค่าคงที่ควบคุมเวลาปล่อยการบีบอัด ช่วงการตั้งค่าการปล่อย ช้าที่สุดคือ (1) ถึงเร็วที่สุดคือ (7) (เร็วที่สุด 50 microseconds) Default: 4
  • ใช้ปุ่ม Input (อินพุต) เพื่อตั้งค่าจำนวนการบีบอัดที่ต้องการ ตรวจสอบมิเตอร์เพื่อดูจำนวนของการลดอัตราขยาย Range: -Inf to 0 (in 0.1dB steps) Default: -30
  • ใช้ปุ่ม Output (เอาต์พุต) เพื่อควบคุมการลดทอนระดับของอัตราขยายขาออก Range: -Inf to 0 (in 0.1 steps) Default: -18
  • ปุ่มในส่วน Meter ใช้สลับการวัดค่า ระหว่างอินพุต, การลดอัตราขยาย และค่าเอาต์พุต
  • ปุ่ม Comp Off เป็นปุ่มใช้ bypasses ฟังก์ชันการบีบอัด, การจำลองสัญญาณด้านต่างๆ Range: In, GR, Out Default: GR
  • ปุ่ม Analog ใช้เลือกลักษณะที่เกิดจากเสียงรบกวน noise floor และ เสียง hum ที่เกิดจากตามแหล่งจ่ายไฟของยูนิตดั้งเดิม Range: Off, 50Hz, 60Hz Default: 60Hz

ยังมี Compressor อีกหลายตัวที่นิยมนำมาใช้กัน วันหน้าผมจะนำเสนออีกตัวที่ผมชอบนำมาใช้อยู่บ่อยๆ นั้น CLA-2A มันจะแตกต่างกับ CLA-76 อย่างไรติดตามเร็วๆ นี้ครับ ถ้าชอบบทความสามารถติดตามได้โดยตรงที่เว็บนี้ในหมวด Home Studio หรือต้องการแลกเปลี่ยนข้ออมูลในกลุ่มก็เรียนเชิญที่กลุ่ม Home Studio Thailand บน Facebook ได้เลยครับ